ข้อมูลสแตนเลส

ข้อมูลสินค้าสแตนเลส

ลวดสแตนเลส หาซื้อได้ที่ไหน

ลวดสแตนเลสนั้นไม่ได้หาซื้อได้ตามร้านค้าทั่วไป เพราะหากเป็นร้านวัสดุก่อสร้างก็จะแบแต่ลวดเหล็กขาว ลวดเหล็กธรรมดาที่เอาไว้ผูกกับเหล็กเส้นตอนขึ้นแบบเทเปูน

แต่ลวดสแตนเลสนั้นจะหาซื้อได้เฉพาะร้านที่ขายสแตนเลส หรือร้านที่ขายอุปกรณ์เฉพาะๆ เพราะการใช้งานมีน้อยกว่า เช่นเอาไปเติมรอยเชื่อมตอนเชื่อมอาร์กอน หรือใช้งานเฉพาะด้านตอนแขวน

หากเอาไปใช้งานกับงานแขวนต้นไม้จะดีมากๆ เพราะทนแดด ทนฝน

หากเอาไปทำราวแขวนเสื้อผ้าสำหรับตากก็ดีเช่นกัน เพราะตากผ้ายังไง ก็ไม่เกิดสนิมที่ทำให้เกิดรอยบนผ้า มักจะเจอตามวัดหรือตรงที่ต้องการตากผ้ามากๆ

หากมองไปยังด้านอื่นๆที่ไม่ใช่งานเชื่อมแล้ว ยังทำอะไรได้อีกหลายอย่างรอบๆตัวเรา

หากต้องการลวดสแตนเลส ที่ร้าน 97 สแตนเลส มีลวดจำหน่าย โดยมีขนาดตั้งแต่ 1.0 1.2 1.6 2.0 2.4 และ 3.0 มิลลิเมตรจำหน่าย สามารถติดต่อร้านค้าได้โดยตรง หรือจะกดซื้อบน shopee lazada ก็ได้

ขอบคุณที่อุดหนุนเราเรื่อยมาครับ

ส่วนผสมของสแตนเลสแต่ละเกรด

W.N. ASTM JIS AISI C SI S P Mn Ni Cr Mo V Cu
201 SUS201 201 ≤0.15 ≤1.0 ≤0.03 ≤0.06 5.5-7.5 3.5-5.5 16-18
1.4371 202 SUS202 202 ≤0.15 ≤1.0 ≤0.03 ≤0.06 7.5-1.0 4-6 17-19
1.4305 303 SUS303 303 ≤0.15 ≤1.0 ≤0.15 ≤0.2 ≤0.2 8-10 17-19 ≤0.06
1.4301 304 SUS304 304 ≤0.08 ≤1.0 ≤0.03 ≤0.045 ≤2.0 8-10.5 18-20
1.4306 304L SUS304L 304L ≤0.03 ≤1.0 ≤0.03 ≤0.045 ≤2.0 8-12 18-20
1.4312 CF8 SCS13A CF8 ≤0.08 ≤2.0 ≤0.04 ≤0.04 ≤1.5 8-11 18-21
1.4845 310 SUH310 310 ≤0.25 ≤1.5 ≤0.03 ≤0.040 ≤2.0 19-22 24-26
1.4401 316 SUS316 316 ≤0.08 ≤1.0 ≤0.03 ≤0.045 ≤2.0 10-14 16-18 2-3
1.4404 316L SUS316L 316L ≤0.03 ≤1.0 ≤0.03 ≤0.045 ≤2.0 10-14 16-18 2-3
1.4410 CF8M SCS14A CF8M ≤0.08 ≤2.0 ≤0.04 ≤0.04 ≤1.5 9-12 18-21 2-3
1.4460 329 SUS329J1 329J1 ≤0.08 ≤1.0 ≤0.03 ≤0.04 ≤1.5 3-6 23-28 1-3
1.4000 403 SCS1/403 403 ≤0.15 ≤0.5 ≤1.0 11-13
1.4006 410 SUS410 410 ≤0.15 ≤1.0 ≤0.03 ≤0.04 ≤1.0 11.5-13.5
1.4016 430 SUS430 430 ≤0.12 ≤1.0 ≤0.03 ≤0.040 ≤1.0 16-18
1.1121 1010 S10C 1010 0.08-0.13 0.15-0.35 ≤0.05 ≤0.04 0.3-0.6 ≤0.2 ≤0.2 ≤0.03
1.1193 1045 S45C 1045 0.42-0.48 0.15-0.35 ≤0.04 ≤0.035 0.6-0.9 ≤0.2 ≤2.0
1.7225 4140 SCM440 4140 0.38-0.43 0.15-0.35 ≤0.04 ≤0.035 0.75-1.0 0.8-1.1 0.15-0.25
4320 SNCM420 4320 0.17-0.23 0.15-0.35 ≤0.03 ≤0.03 0.4-0.7 1.6-2 0.4-0.65 0.15-0.3
1.6523 8620 SNCM220 8620 0.18-0.23 0.15-0.3 ≤0.03 ≤0.04 0.7-0.9 0.4-0.7 0.4-0.6 0.15-0.25
14542 17400 SUS630 S17400 ≤0.07 ≤1.0 ≤0.03 ≤0.04 ≤1.0 3-5 15.5
1.7264* SCM421 SCM21 0.17-0.23 0.15-0.35 ≤0.03 ≤0.03 0.7-1.0 ≤0.25 0.9-1.2 0.15-0.3
1.4031 SUS420J2 420 0.26-0.4 ≤1.5 ≤0.15 ≤0.045 ≤1.25 15
S18C 0.18-0.23 0.15-0.35 ≤0.035 ≤0.030 0.30-0.60
17400 17-4 ≤0.07 ≤1.0 ≤0.030 ≤0.04 ≤1.0 3-5 15-17.5 3-5
420F SUS420 420F 0.26-0.4 ≤1.0 ≤0.15 ≤0.06 ≤1.25 12-14 ≤0.06 0.5-0.6
1.4125 440C SUS440C 440C 0.95-1.2 ≤1.0 ≤0.03 ≤0.04 ≤1.0 16-18 ≤0.75
0.6655 A436 A436 2.7-3.0 1-2.80 ≤0.12 ≤0.04 0.5-1.5 13.5-17.5 1.5-2.5 5.5-7.5
1.4848 HK SCH22 HK40 0.35-0.45 ≤1.75 ≤0.04 ≤0.04 ≤1.50 19-22 23-27 ≤0.05
SCW42 WCB ≤0.03 ≤0.06 ≤0.045 ≤0.035 ≤1.0 ≤0.5 ≤0.5 ≤0.2 ≤0.3
A36 ≤0.26 ≤0.4 ≤0.05 ≤0.04

ผิวสแตนเลส แต่ละแบบ

  • No.1 ผิวแรกที่ผ่านกระบวนการรีดร้อน จากการถลุงและการหลอม(ผิวจะด้านฝืด ซึ่งเหมือนผิวยิงทราย)
  • 2D ลักษณะผิวด้านไม่เงา มีความสะท้อนแสง 13% ผิวที่ผ่านกระบวนการรีดเย็น ตามด้วยการอบอ่อนและขจัดคราบออกไซด์
  • 2B ลักษณะของผิวจะเงาขึ้นเล็กน้อยจากผิว 2D มีความสะท้อนแสง 22% ในเกรด ออสเทนนิติก (304,316) และ 46% ในเกรดเฟอร์ริคติก (410,430)
  • No.3 ลักษณะเป็นผิวขัดด้วยวัสดุเบอร์ 100-120
  • No.4 (ผิวขนแมว Hair Line Finishing) เป็นผิวที่ขัดด้วย กระดาษทรายเบอร์ 150-180 ลักษณะผิวเป็นลายเส้นสั้นคล้ายขนแมว
  • HL (HAIR LINE) ลักษณะการขัดอย่างละเอียดด้วยกระดาษทรายให้มีรอยขีดเป็นเส้นยาวต่อเนื่องคล้ายเส้นผม
  • No.5 ลักษณะเป็น No. 4 นำมาผ่านเครื่องปรับผิว Skin Pass เพื่อให้ผิวมีความเรียบมากขึ้น
  • No.6 ผิวขัดด้วยวัสดุเบอร์ 200-300
  • No.7 ลักษณะเป็นผิวขัดด้วยวัสดุประเภทผ้าสักหลาด (Buffing) มีความมันเงาประกอบกับลายเส้นบางๆ
  • BA เป็นผิวสเตนเลสแบบมันเงา มีความสะท้อนแสง 54%
  • No.8 (ผิวกระจก-Mirror) ลักษณะผิวมีความเงาเหมือนกระจก ซึ่งผ่านการขัดด้วยวัสดุประเภทสำลีหรือผ้าสักหลาด จนมองไม่เห็นลายเส้นใด ๆ

ความเงาที่นิยม และมีใช้บ่อยในท้องตลาดคือ No.1, 2B, BA, Mirror

    ปล. หากความหนาต่ำกว่า 2 มิล ส่วนใหญ่นิยมใช้ในงานเฟอร์นิเจอร์ทั่วไป ทำให้ใช้บ่อยในผิวแบบ 2B,BA,Mirror
    ปล. หากความหนามากกว่า 2 มิล มักจะใช้ในงานขึ้นรูป ตัดเป็นชิ้น ผิวที่มีจำหน่ายบ่อยๆจะเป็น No.1

    หากต้องการผิวที่ต้องการกับความหนาที่ต้องการ ส่วนใหญ่จะต้องสั่งขัด หรือรอรับสั่งทำ ต้องใช้เวลานิดนึงครับ

    เกรดสแตนเลส

    หากจะพูดถึงสแตนเลสแล้ว เราคงนึกภาพออกถึงเหล็กมันวาว สวยและเรียบหรูที่ทำเป็นประตูและหน้าต่าง ตามบ้านต่าง หรืออาจจะคิดถึงการทำชิ้นส่วนต่างๆ เช่นโต๊ะ เก้าอี้ หรือไม่ก็ทำเป็นเฟอร์นิเจอร์อยู่กับบ้าน

    หากอยู่ในวงการอุตสาหกรรมก็จตะอยู่ในเครื่องมือ และอุปกรณ์ต่างๆเป็นจำนวนมาก

    เพราะด้วยลักษณะที่ดีกว่าเหล็กธรรมดาในเรื่องของการไม่เป็นสนิม และยังมีความมันวาว น่าสนใจ ทำให้เกิดการใช้งานที่แพร่หลาย

    เกรดของสแตนเลาที่มีทั้งหมดนั้น มีมากมายเหลือเกิน โดนจะทำเป็นรหัสที่เรียกกันแบบสากลเช่น 301, 304, 430,  439, 441 เป็นต้น โดยแต่ละรหัสจะมีส่วนผสมของโลหะที่อยู่ในเนื้อสแตนเลสนั้นไม่เหมือนกัน เพื่อให้เกิดความเหมาะสมในการนำไปใช้งาน

    รหัสที่ได้รับความนิยมในการทำเป็นประตู รั้ว หรืองานเฟอร์นิเจอทั้งภายใน และภายนอกบ้าน ก็จะมี 201 ที่มีส่วนผสมของนิกเกิ้ลประมาณ 1% จะทำให้มีน้ำหนักเบา สามารถขึ้นรูปได้ดี และมันวาว ใช้สำหรับทำอุปกรณ์ต่างๆในครัวเรือนทั่วไป

    แต่หากจะต้องการให้ดีขึ้นมาอีกหน่อย ยังสวยงามอยู่ และคงทนต่อการเกิดสนิม จะนิยมเป็นเกรด 304 โดยโครเมียมประมาณ 18% และ นิกเกิ้ลประมาณ 8% มีคุณสมบัติทนการเกิดสนิมจากเกลือได้ดี

    หากผู้ที่ต้องการทำประตูรั้ว หรือบ้านพักที่อยู่อาศัย หากมีทุนทรัพย์สำหรับการต่อเติมบ้าน ก็ควรเลือกเกรด 304 ไปตั้งแต่แรกเลย เพราะจะทำให้มีอายุยืนนานหลาย 10 ปี

    แต่หากใช้เกรด 201 อาจจะใช้งานได้ไม่นาน และแค่ไม่กี่เดือน ก็จะเกิดลายสนิมเนื้อแสตนเลสขึ้นมาได้

    สแตนเลส เกรด 304

    เป็นสแตนเลส เกรดมาตรฐานที่นิยมใช้งานมาก ไม่ว่าจะเป็นงานเครื่องครัว ทำรั้วประตูบ้าน เฟอร์นิเจอร์สแตนเลสภายในบ้าน หรือจะเป็นเครื่องจักรทั่วไป

    สิ่งที่จะระบุได้ว่าสแตนเลสนี้เป็นสแตนเลส 304 คือ มีส่วนผสมของ

    • Ni มากกว่า 8% (นิกเกิ้ล) ตัวนี้แหละที่ทำให้ทนกับสนิม
    • Cr มากกว่า 18% (โครเมียม) ตัวนี้ทำให้เงา และไม่เกิดสนิมเช่นกัน
    • Fe ประมาณ 70-74% (เหล็ก) ตัวนี้เป็นส่วนผสมหลัก ที่ทำให้เกิดความแข็งแรง
    • ส่วนผสมอื่นๆ (บางครั้งอาจจะมีส่วนผสมของแมงกานิส หรือ ไทเทเทียมไปนิดหน่อย เพื่อให้เกิดความเหนียว ใส่เพื่องานบางงานเฉพาะด้าน)

    ทำไมถึงต้องเป็นเกรด 304 ก็เพราะเป็นเกรดที่เกิดสนิมได้ยากพอสมควร ถ้าอยู่ในสภาพแวดล้อมปกติ ก็จะไม่เป็นสนิม หรือถ้าเกิดสนิม ก็จะไม่ผุกร่อน ลามไปจนไม่สามารถใช้งานได้ อีกทั้งยังมีการใช้งานที่สูง ทำให้ราคาถูกลงมา เมื่อเทียบกับเกรดอื่นๆ

    สแตนเลสที่มาแต่ละประเทศเหมือนกันหรือไม่